How to เรียนยังไง ไม่หมดไฟ

เหนื่อย…หมดไฟ…ไม่ได้พัก

คำเหล่านี้มักพ่วงมาพร้อมๆ กันในสภาวะความเครียดที่น่าหงุดหงิดใจและทำให้เราไม่รู้สึกถึงความกระตือรือร้นที่จะทำอะไรอีก

ในยุค New Normal ทำให้หลายๆ คน ต้องเรียนออนไลน์จนทำให้เกิดภาวะหมดไฟ หมดใจกับการเรียนไปเสียดื้อ ๆ เพราะไม่มีแรงกระตุ้นเหมือนกับการเรียนที่โรงเรียน เช่น ไม่ได้เจอเพื่อน ไม่ได้พูดคุยหรือปรึกษากัน อีกทั้งยังงง ๆ กับการเรียนออนไลน์อีก เรียกได้ว่าแต่ละปัจจัยนั้น อาจทำให้มี “ภาวะหมดไฟ” หรือ “Burnout Syndrome” เอาได้ พี่แคทเลยขออาสาพาน้อง ๆ ไปไปเปลี่ยนบรรยากาศในเรียนออนไลน์เพื่อกระตุ้นไฟในตัวให้กลับหึกเหิมอีกครั้งหนึ่ง ถ้าพร้อมแล้วไปโลดดดดดดดด

.

1. เปลี่ยนบรรยากาศสักนิด

การเปลี่ยนบรรยากาศบนโต๊ะหรือจัดโต๊ะใหม่สำหรับการเรียนออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้เรามีกำลังในการเรียนมากยิ่งขึ้น

.

2. ขอเวลานอกหรือหางานอดิเรกทำสักหน่อยก็เริ่ด

ถ้าสมมติใครไม่รู้ว่าจะหาอะไรทำคลายเครียด แคทช่า แนะนำใครที่ชอบดูหนัง ดูซีรีส์ หรือชอบหาอะไรดู มีอะไรก็ดู เลยอยากชวนไปทำกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อผ่อนคลายตัวเอง เช่น ตีแบตมินตัน ในช่วงตอนเย็นก็ได้นะคะ อย่างน้อยก็เพื่อผ่อนคลายร่างกายจากการที่ตื่นเช้ามาเรียนทั้งวัน

.

3. Connect กับคนรอบข้างก็ต้องมา 

เรียกได้ว่าครอบครัวและคนรอบข้างที่อาศัยอยู่ในบ้าน เป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆ! เพราะพวกเขาเป็นจุด Start ของอะไรหลายๆ อย่างให้กับเรา เราเติบโต เรียนรู้ พูดคุย ปรึกษาปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเผชิญอะไรพวกเขาคือคนที่จะอยู่เคียงข้างคุณ เมื่อเราหมดไฟ การได้ Connect กับคนรอบข้างหรือครอบครัว จึงเป็นวิธีที่ช่วยเติมไฟและสร้างพลังให้สดใสได้ เพราะทำให้รู้ว่ายังมีคนที่เข้าใจและพร้อมรับฟังเราอยู่นั่นเอง จริงๆ วิธีนี้สามารถทำได้ทุกวันที่บ้านเลย!

.

4. To Do list ก็ต้องทำนะจ๊ะ

การจัดลำดับความสำคัญสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันก็ช่วยได้นะ เพื่อให้เราได้จัดสรรเวลาในการทำหลายๆ อย่างหรือทำสิ่งที่ควรต้องทำก่อน เวลาที่คุณรับงานมาหนักๆ ก็อาจะเป็นไปได้ที่จะทำให้คุณไม่สามารถเคลียร์งานได้เสร็จ การรับงานมากจนเกินไปมีส่วนทำลายขวัญและกำลังใจในการทำงาน ซึ่งเป็นสาเหตุให้คุณอยากจะหลีกหนีจากงานและรู้สึกขี้เกียจ ดังนั้น ถ้าคุณพยายามเคลียร์งานที่ได้รับมาที่ละน้อยและโฟกัสทีละอย่าง ก็จะทำให้สามารถทำงานได้ลุล่วงเพราะมันง่ายที่จะจัดการ ที่สำคัญคือ แรงกระตุ้นลักษณะนี้จะทำห้คุณมีสติและความขี้เกียจจะไม่มีผลใดๆ กับคุณ

.

5. หา Idol, Anime, Series

เวลาทำอะไรสักอย่าง การมีสิ่งยึดเหนี่ยว จำเป็นอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ นะ   ให้เรายกใคร หรืออะไรสักอย่างที่เราชื่นชม มาเป็นตัวอย่างให้เรา ไม่ต้องไกลตัวก็ได้ค่ะ จะเป็นตัวละครหนึ่งในซีรีส์ที่เราชอบดูและเขาเก่งมากและเราปลื้มเขามาก ๆ หรือจะเป็นไอดอลเกาหลีที่เราชอบ  (2D, 3D หรือสามี ภรรยาในมโนได้หมด) ให้เราคอยนึกว่า

“พี่เขายังทำได้เลย เราก็ต้องทำได้บ้าง”
“สักวันจะฟังที่น้อง…..เค้าพูดรู้เรื่องให้ได้เลย”

แชร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *