4 ข้อคิดสำหรับวัยรุ่นจาก Avengers End Games

1.ความพยายามชนะทุกสิ่ง
สิ่งแรกที่เราจะได้เลยจากภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ ความพยายามยาม หากใครเคยดูภาคที่แล้วน่าจะเข้าใจดีว่า ธานอส (ผู้ร้าย) เขาได้ทำลายเหล่าฮีโร่ของทีม Avengers ไปกว่าครึ่งทีม และนั้นเองค่ะการสูญเสียครั้งนั้นเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่มันแทบจะไม่มีทางช่วยเพื่อนๆเลยด้วยซ้ำ แต่ทว่า ด็อกเตอร์สเตรนจ์ ได้บอกและชี้ช่องทางว่ามีเพียง 1 หนทางที่จะช่วยเพื่อนๆได้ แต่มีความเป็นไปได้เพียง 1 ใน 14 ล้านวิธีเท่านั้น แต่ด้วยความพยายามของเหล่าฮีโร่ที่เหลืออยู่ พวกเขาก็คิดค้นหาวิธีช่วยจนได้ ใช้เวลา (ในภาพยนต์) กว่า 5 ปีจึงที่จะรู้วิธีช่วยเพื่อนนั้นเอง ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้สอนในเราพยายามต่อสู้กับปัญหาต่างๆที่ได้พบเจอ ต่อให้ปัญหาหนักแค่ไหนเพียงแค่อดทนและต่อสู้กับสิ่งนั้น ถึงจะใช้เวลานานแต่ในที่สุดแล้วมันก็มีทางออกเสมอ ดังคำโบราณที่ว่าไว้ ทุกปัญหาย่อมมีทางออก หากวันนี้ใครที่เจอกับทางตันของชีวิตก็จงเดินหน้าและสู้ต่อไปสักวันจะต้องเป็นวันของเราแน่นอนค่ะ เเคทเป็นกำลังใจให้
 
2.เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลอง
การเปิดโอกาสให้ตัวเอง ในภาพยนต์เรื่องนี้มีการเล่าเรื่องถึงการตามหาเพื่อนและขอความเชื่อเหลือจากเพื่อนเพื่อให้ทำภารกิจสำคัญ หากทุกคนร่วมมือก็มีโอกาสที่จะได้เหล่าฮีโร่ที่หายไปกลับคืนมานั้นเอง แต่ระหว่างการตกลงกันนั้นดูเหมือนว่า โทนี่ สตาร์ค จะไม่เห็นด้วยกับภารกิจนี้จึงขอวางมือขอใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย แต่เวลาผ่านไปไม่นาน โทนี่ สตาร์ค คิดหันหัวเรือกลับเปิดโอกาสให้ตัวเองลองหาวิธีช่วยเพื่อน และนั้นส่งผลให้ โทนี่ สตาร์ค คิดแผนได้และรวบรวมเหล่าฮีโร่เพื่อช่วยเพื่อนได้จนสำเร็จ ภาพยนตร์เขากำลังสอนเราว่าอย่าสิ้นหวังกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า หากได้รับโอกาสควรเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้ลอง ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ โอกาสไม่ได้มาหาเราบ่อยๆดังนั้นอย่างปล่อยโอกาสให้หายไปเพียงเพราะความขี้เกียจของตัวเราเองค่ะ นอนนี้ใครมีโอกาสเรียนก็จงตั้งใจ และใครที่มีโอกาสซื้อรองเท้าแคทช่าก็ต้องลองเปิดโอกาสรับสิ่งใหม่ดูค่ะ อิอิ
3.คุณค่าของการให้และความมีน้ำใจ
การเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่หรือการเสียสละเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ในเรื่องนี้มีฉากที่ฮีโร่สาว (ขอไม่เอ่ยชื่อเผื่อใครยังไม่ได้ดู) ที่จะต้องเสียสละชีพเพื่ออัญมณีอันล้ำค่าที่จะเป็นหนทางของการปลดปล่อยเพื่อนๆของเธอ เธอจึงยอมที่จะแลก 1 ชีวิตของเธอกับอีกนับ 10 ชีวิตที่จะต้องได้กลับมา ซึ่งฉากนี้กินใจแคทเหลือเกินค่ะน้ำตาคลอเบ้าเลยฉากนี้ แต่ในความเศร้านั้นก็แฝงไปด้วยข้อคิดที่ทำให้แคทได้ฉุกคิดว่า การให้โดยไม่หวังผลตอบแทนมันคือการให้ที่ยิ่งใหญ่ (แคทไม่ได้หมายถึงให้ทุกคนไปปลิดชีพตัวเองนะคะ555) เป็นการให้ที่สุขทั้งผู้ให้สุขทั้งผู้รับ หากในชีวิตปกติของทุกคนมีน้ำใจ แบ่งปันซึ่งกันและกัน มันจะไม่เกิดปัญหาปวดจิตเหมือนกับปัจจุบันนี้ วันนี้ลองหันมาเป็นผู้ให้ดูสิคะ ให้ความรัก ให้ความเมตตา ให้รอยยิ้ม ให้ความสุข แค่นี้ชีวิตเราก็จะแฮปปี้แล้วละค่ะ
4.ปล่อยวางซะบ้าง 
ตอนท้ายของเรื่องมีฮีโร่จำนวนหนึ่งเขาได้ปล่อยวางในสิ่งที่เป็นปล่อยวางในสิ่งที่มีแล้วอยู่กับตัวเอง ดื่มด่ำกับความเป็นตัวเรา สิ่งนั้นแหละที่เรียกว่าความสุขที่แท้จริง ใช่ค่ะภาพยนตร์เรื่องนี้สอนให้เราปล่อยวาง เพราะสุดท้ายชีวิตไม่สามารถมีอะไรจีรังยั่งยืนได้นอกจากตัวเรา เพราะสังคมสมัยนี้เป็นสังคมวัตถุนิยม อยากได้ อยากมี อยากเป็น แต่ถ้าหากวันนี้เราลองปล่อยวางไม่ยึดติด มองในสิ่งที่เรามี มองในสิ่งที่เราเป็น แค่นี้ชีวิตก็แฮปปี้แล้วค่ะ ง้อววว…จบแบบสวยงามตามท้องเรื่อง

Older Post Newer Post

0 Comments

There are not comments yet. Be the first one to post one!

Leave a comment

Please note, comments must be approved before they are published